ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น สุโขทัย

เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านที่นำผ้าที่ทอแล้วมาหมักโคลนหนึ่งคืนและนำไปซักจนกว่าน้ำจะใสสะอาดจากนั้นนำไปย้อมทับด้วยสีตามที่ต้องการ ลักษณะเด่นของการหมักโคลนจะทำให้ผ้านิ่มและสีผ้ามีความเป็นเอกลักษณ์และสวยงามและเมื่อนำไปสวมใส่แล้วจะรู้สึกสบายจึงเป็นที่นิยมของผู้ที่รักการสวมใส่ผ้าไทย
ความเป็นมาของผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น
ผ้าหมักโคลนมีต้นกำเนิดที้บ้านนาต้นจั่น ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย จากการบอกเล่าสืบต่อกันมาผ้าหมักโคลนเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สังเกตได้ว่าเมื่อออกไปทำไร่ ทำนา ชายผ้าถุงที่ถูกกับดินโคลนเมื่อนำมาซักล้างและนำกลับมาใช้ใหม่พบว่าเนื้อผ้ามีความนิ่ม และจากการวิเคราะห์ในทางวิทยาศาสตร์สาเหตุที่ผ้านิ่มนั้นเพราะในดินโคลนมีส่วนประกอบของธาตุเหล็กเส้นใยผ้าที่สัมผัสกับดินโคลนจะมีการขยายตัว ส่งผลให้เนื้อผ้ามีความนิ่ม ส่วนดินโคลนที่ใช้ในการหมักนั้นหาได้จาก บึง หนองน้ำ ท้องนา หลังหมักโคลนไว้หนึ่งคืนนำผ้าที่หมักโคลนไปซักน้ำจนกว่าจนน้ำจะใสสะอาดแล้วจึงย้อมทับด้วยสีตามต้องการ
กรรมวิธีในการผลิตผ้าหมักโคลน
จากภูมิปัญญาตั้งแต่การทอผ้าไปจนถึงการหมักโคลนและย้อมสีจนได้ผ้าหมักโคลนที่มีคุณภาพเนื้อนิ่มสีสวยงามแบบสุโขทัยสไตล์ ขั้นตอนในการทำผ้าหมักโคลนเริ่มด้วยการย้อมเส้นฝ้ายสีขาวด้วยคราม ซึ่งจะใช้เวลานานนับชั่วโมงกว่าสีจะติดตามต้องการ แล้วนำเส้นฝ้ายไปผึ่งแดดให้แห้งและซักน้ำครามออก นำกลับไปผึ่งแดดอีกครั้งหนึ่ง จึงนำมาทอตามลวดลายที่กำหนดตามเอกลักษณ์ของผ้าทอบ้านนาต้นจั่น ซึ่งลวดลายส่วนใหญ่ลอกเลียนแบบจากธรรมชาติ เช่น ลายผักแว่น ลายดอกพิกุล ลายที่เป็นเอกลักษณ์ของผ้าทอบ้านนาต้นจั่น คือลายขิด หรือลายยกดอกที่สอดด้ายที่ละเส้นที่มีมากกว่า 50 ลาย หลังจากขั้นตอนการทอผ้าแล้วนำผ้าที่ทอได้เป็นผืนมาหมักในโคลนโดยนำโคลนมากรองเศษผงที่เจือปนออกแล้วนำไปผสมกับน้ำและเกลือตามสัดส่วน จากนั้นนำผ้ามาหมักโคลนทิ้งไว้นานหนึ่งคืนจึงนำไปซักให้สะอาดผึ่งแห้งแล้วเข้าสู่กระบวนการย้อมสีผ้าซึ่งสีที่ใช้ย้อมผ้าได้มาจากธรรมชาติได้แก่ เปลือกไม้ ใบไม้หรือดอกไม้ เช่น สีเขียวได้จากใบสะเดา สีเหลืองอมเขียวได้จากแก่นขนุน สีเขียวครีมได้จากต้นมะกอก สีแดงจากไม้ฝาง เป็นต้น ขั้นตอนการย้อมสีต้องใส่เกลือลงไปเพื่อไม่ให้สีตกใช้เวลาในการย้อมสีผ้าประมาณชั่วโมงครึ่ง และใส่ผงซักฟอกเพื่อไม่ให้ผ้าหดตัว
ผลิตภัณฑ์ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น
ผ้าหมักโคลนที่ทอสำเร็จแล้ว นำไปใช้เป็นผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ให้ความนุ่มและอุ่น ผ้าถุง เสื้อ กางเกง กระโปรง หมวก กระเป๋า พวงกุญแจ เป็นต้น ปัจจุบันบ้านนาต้นจั่นเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้สนใจที่จะศึกษาภูมิปัญญาไทยในการผลิตผ้าหมักโคลน
